The Starry Night “ราตรีประดับดาว” เทคนิคการใช้สีของวินเซนต์ แวนโก๊ะที่ทำให้เกิดความ สั่นไหวทางสายตาเสมือนภาพเคลื่อนไหว

The Starry Night “ราตรีประดับดาว” เทคนิคการใช้สีของวินเซนต์ แวนโก๊ะที่ทำให้เกิดความ สั่นไหวทางสายตาเสมือนภาพเคลื่อนไหว

ภาพ The Starry Night ถูกเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1889 เป็นภาพภูมิทัศน์ภายนอกหน้าต่างสถานบำบัดตอนกลางคืน ขณะที่ วินเซนต์ แวนโก๊ะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล Saint-Paul แม้ภาพเขียนจะเป็นยามค่ำคืนแต่แวนโก๊ะเขียนภาพนี้ในช่วงเวลากลางวันจากความ ทรงจำของเขา ใจกลางของภาพคือเมืองแซ็ง-เรมี-เดอ-พรอว็องส์ ภายใต้ท้องฟ้าที่ม้วนตัวเป็นก้นหอย ในลักษณะเกลียวคลื่นที่หมุน วน พร้อมดวงจันทร์ และดวงดาวลอยเด่นระยิบระยับ นั่นเป็นการสะท้อนให้เห็นอารมณ์ของแวนโก๊ะ ในขณะนั้นได้เป็นอย่างดีว่าเขา กำลังเผชิญกับความรู้สึกที่ดำดิ่ง สับสนกับชีวิต แต่ก็ยังคงไม่หมดความหวัง

1

วินเซนต์ แวนโก๊ะ เลือกใช้โทนสีน้ำเงินในการสื่อถึงท้องฟ้า และยามค่ำคืนที่มืดมิด แต่อีกในนิยามหนึ่งนั้นสีน้ำเงินเป็น ตัวแทนของความสงบนิ่ง ลุ่มลึก และเยือกเย็น เฉกเช่นอารมณ์ที่กำลังดำดิ่งของแวนโก๊ะในขณะนั้น แต่กระนั้นตัวเขาก็ ยังคงไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว จากการที่เขาวาดหมู่ดาว และดวงจันทร์สีเหลืองระยิบระยับท่ามกลางความมืด จะว่าไปแล้ว โทนสีเหลือง ถือเป็นโทนสีที่สะท้อนถึงความหวัง และความสุข ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่แวนโก๊ะพยายามเสาะแสดงหาอยู่ตลอด ทั้งชีวิต แต่น่าเศร้าที่เขาไม่อาจรออยู่ถึงวันนั้นได้ (ด้วยความเครียดสะสม และอาการทางจิตทำให้แวนโก๊ะได้จบชีวิต ตัวเองลงด้วยการยิงตัวตาย ในวัยเพียง 37 ปี)

2 4

เทคนิคการลงสีแบบ Discord เป็นเทคนิคการใช้สีที่ ทำให้แวนโก๊ะยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นทฤษฎีสีที่ถูกถอดออกมา ได้หลังจากที่เขาได้เสียชีวิตไปแล้ว คือ การใช้สีคู่ตรง ข้ามของตัววัตถุ มาลดค่าสีให้อ่อนลง โดยแตะลงใน จุด High-Light ที่ต้องการเพื่อให้เกิดมิติในการรับรู้ และเมื่อผสมผสานกับเทคนิคการใช้แปรงของแวนโก๊ะ ในรูปแบบวนเป็นก้นหอย จึงมีผลทำให้ภาพเกิดความ สั่นไหวทางสายตาแบบสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างเห็นได้ ชัด ซึ่งภาพ The Starry Night “ราตรีประดับดาว” เป็น ภาพที่ใช้สีคู่ตรงข้ามในโทนน้ำเงิน-เหลือง นอกจากนี้ ในการวาดภาพอื่นๆในยุคนั้นยังมีสี่คู่ตรงข้ามที่น่า สนใจอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นโทน แดง-เขียว ,ม่วง-เหลือง หรือ ส้มเหลือง-ม่วงน้ำเงิน เป็นต้น

3

จะเห็นได้ว่าเทคนิคการดึงอารมณ์ และความหมายของ สี มาใช้ในการสื่อสารเพื่อสะท้อนการรับรู้มีมาช้านาน นับร้อยปี เช่น เดียวกับงานสถาปัตยกรรมที่สีได้เข้ามา มีอิทธิพลในการออกแบบอย่างชัดเจน ซึ่งวัสดุตกแต่ง หลายๆประเภท สามารถทำสีได้ตามความต้องการได้ อย่างหลากหลาย เพื่อเพิ่มสุนทรียภาพในงาน ออกแบบตกแต่ง อย่างเช่น กระจกสี ,กระเบื้อง หรือแม้ กระทั่งการทำสีบนพื้นผิววัสดุแผ่นอลูมิเนียมคอมโพสิท ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกเช่นเดียวกัน

 

ข้อมูล และภาพประกอบจาก wikipedia , vangoghmuseum.nl , vincent-van-gogh-gallery.org